แม่เจ้าโว้ย!!? ช้าไม่ได้แล้ว ออมสิน กับ ธกส. "แข่งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ" ให้ผู้มีรายได้น้อย!! งบ 10,000,000,000 บาท แค่ทำแบบนี้!? รู้แล้วรีบๆเลย!? (รายละเอียด)


loading...

 หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติโครงการสินเชื่อรายย่อยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร สามารถเข้าแหล่งเงินทุน เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ กำหนดวงเงินคนละ 5 หมื่นบาท อัตราดอกเบี้ย 0.85 ต่อเดือน โดยมีมิติเห็นชอบให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดำเนินโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ครม.มีมติเห็นชอบให้ธนาคารออมสิน และธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน โดยโครงการสินเชื่อดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการช่วยเหลือแก่กลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้มีโอกาสสามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างถูกต้อง กรณีมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินเร่งด่วน โดยไม่ต้องไปใช้บริการสินเชื่อนอกระบบ มีหลักเกณฑ์ ดังนี้คือ

เพื่อให้สินเชื่อแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรรายย่อยที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนภายในครอบครัวโดยไม่ต้องผ่านการรีไฟแนนซ์หนี้ในระบบ วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นวงเงินสินเชื่อธนาคารออมสินและธนาคาร ธ.ก.ส. ไม่เกินธนาคารละ 5,000 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาท ต่อราย

กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ประชาชนที่มีการประกอบอาชีพ เกษตรกรที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน ระยะเวลาในการยื่นเรื่องขอสินเชื่อภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินโครงการ ระยะเวลาในการกู้ยืมไม่เกิน 5 ปี และ อัตราดอกเบี้ยในการผ่อนคงที่ไม่เกินรอยละ 0.85 ต่อปี ต้องมีคนค้ำอย่างน้อย 1 คนหรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

โดยมีหลักเกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อ จะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้จากรายได้และค่าใช้จ่ายของบุคคลภายในครอบครัวเป็นหลัก สามารถตรวจสอบประวัติการชำระหนี้จากเครดิตบูโรได้ โดยไม่ได้นำมาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาสินเชื่อดังกล่าว วงเงินงบประมาณโครงการนี้รัฐบาลจะชดเชยสูงสุดไม่เกิน 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นวงเงินชดเชยให้กับธนาคารออมสินและธนาคาร ธ.ก.ส.ไม่เกิน ธนาคารละ 2,000 ล้านบาท


ข้อมูลจาก money.kapook
loading...

0 comments:

Post a Comment