สาวกระโปรงสั้น สวมชุดครุย สุดฮอตโลกออนไลน์ แจ้งความเอาผิด คนนำรูปส่วนตัวไปแชร์


loading...



สาวกระโปรงสั้นชุดครุยรับปริญญาเข้าแจ้งความ ปอท.แจ้งความเอาผิด คนเอารูปส่วนตัวไปแชร์ วอนสังคมอย่าตัดสินคนที่เพียงรูปภาพ พร้อมกล่าวขอโทษสถาบันฯ และสังคม

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่ บก.ปอท.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) น.ส.ลลิตา เรืองทอง (แน็ตโตะ) อายุ 24 ปี พี.อาร์.สถานเสริมความงาม Qn Clinic ย่านรัชดาฯ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง วรัญชรัชฎ์ คำแก่น รอง สว.สอบสวน กก.3 บก.ปอท. แจ้งความว่าเมื่อวันที่ 3 ก.พ.เวลา 18.00 น.ขณะพักอยู่ที่พักย่านซอยลาซาน เขตบางนา กทม.ได้รับทราบจากเพื่อนโทร.มาบอกมีคนแชร์ภาพตนในชุดนักศึกษา รับปริญญาของสถาบันการศึกษา ที่ตนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ที่เป็นการถ่ายนอกรอบ โดยมีลักษณะที่ตนสวมใส่กระโปรงสั้น แต่ยังสวมชุดครุย โพสต์ท่าทางต่างๆ หลังจากผ่านพ้นวันรับปริญญาไปแล้ว เพื่อเก็บไว้ดูส่วนตัว เอาไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์พร้อมข้อความเรียกให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ โดยการนำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ไม่มีการขออนุญาตทั้งจากตนและช่างภาพที่ตนว่าจ้างมาถ่ายรูปให้ เมื่อภาพกระจายไปสู่สาธารณะจนเป็นเหตุให้มีคนมาวิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่างๆ เป็นเหตุให้ตนได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ถูกเข้าใจผิด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ให้ช่วยสืบสวนหาตัวเผยแพร่ภาพดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ด้าน ร.ต.อ หญิง วรัญชรัชฎ์ ร้อยเวรสอบสวนรับแจ้งความแล้วจะได้ดำเนินการตามที่ผู้แจ้งประสงค์ต่อไป

น.ส.ลลิตา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ใจจริงตนไม่อยากจะแจ้งความดำเนินคดีกับใคร แต่เนื่องจากโดนคนวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเสียหายเยอะมาก ตอนแรกเอารูปไปแชร์กันก็ไม่ปิดหน้าปิดตา ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นตน จนเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ ตนต้องฝากขอโทษคุณครู อาจารย์ทุกคนที่สถาบันฯ ที่กระทำการอันไม่สมควร นำความเสื่อมเสียมาให้แก่สถาบันฯ ในสังคมไทยเรามีเรื่องของความเหมาะสมและไม่เหมาะสมตนยอมรับว่าทำให้สถาบันฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ต้องขอโทษจากใจจริงๆ ในเรื่องการใส่กระโปรงสั้นและสวมชุดครุยไปถ่ายรูปซึ่งดูไม่เหมาะสมจริงๆ แต่การแสดงความเห็นคอมเม้นท์มาด้วยถ้อยคำรุนแรง บางคนด่าอย่างหยาบคาย ทำให้ตนเกิดความรู้สึกไม่ค่อยจะ โอ.เค.ด้วย แต่ก็ยอมรับว่าทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียงชื่อเสียงจริงๆ จุดนี้ตนก็ต้องกราบขอโทษคุณครูทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย

เมื่อสอบถามว่าการที่ไปใช้กระโปรงสั้นใส่ถ่ายรูปแบบนั้นมีเจตนาหรือไม่ น.ส.ลลิตา กล่าวว่า ตนไม่มีเจตนาในเรื่องที่จะทำให้ชุดครุยสำหรับรับปริญญาอันมีเกียรติจากสถาบันการศึกษา ดูไม่ โอ.เค. เพราะทุกคนก็รักสถาบันการศึกษา ตัวเอง ซึ่งวันรับปริญญาจริงตนก็ไม่ได้ใส่ชุดกระโปรงตัวนั้น วันรับปริญญาจริง จะแต่งกายถูกระเบียบ ผมดำ กระโปรงยาวคลุมเขา ถูกต้องตามระเบียบของทางมหาวิทยาลัยทุกอย่าง แต่สำหรับรูปที่เอาไปแชร์นั้นเห็นการถ่ายนอกรอบซึ่งบางคนอาจจะมองดูแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสมตนก็ขอยอมรับในส่วนนี้ สำหรับรูปภาพชุดครุยรับปริญญาที่ไปถ่ายนอกรอบก็ตั้งใจเก็บไว้ดูเป็นการส่วนตัว ตนสำเร็จการศึกษามาเมื่อปี 2557 มารับปริญญา เมื่อกลางปี 2559 ภาพชุดนี้ก็ถ่ายกันมาตั้งแต่กลางปี 59 แต่เพิ่งมาเป็นประเด็นเอาตอนนี้ และมาตำหนิว่าตนไม่ให้เกียรติ ดูหมิ่นชุดครุย ตนก็ต้องขอโทษสถาบันฯ จริงๆ

น.ส.ลลิตา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพที่ตนถ่ายชุดรับปริญญาในกระโปรงสั้นนี้ได้ว่าจ้าง ช่างภาพอิสระมาช่วยถ่ายให้เหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ เพราะเห็นรูปภาพผลงานมีฝีมือดี ถ่ายออกมาสวยงาม จึงอยากจะได้แบบนั้นเก็บไว้ดูส่วนตัวบ้าง เมื่อเขาถ่ายส่งงานให้เรา เขาก็เอาไปลงโพสท์ในเพจสวนตัวของเขาด้วยก่อนจะมีคนแอบเอาไปแชร์และคอมเม้นท์ด้วยถ้อยคำรุนแรงหยาบคายจนเกินไปนั้น เมื่อปรึกษาผู้กองหญิงแล้วเป็นการเข้าค่ายดำเนินคดีได้ก็เลยแจ้งความให้ช่วยสืบสวนหาคนกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว

น.ส.นิ้วนาง มณีสะอาด เพื่อนที่เดินทางมาด้วย กล่าวเสริมว่า จริงๆ แน๊ตโตะเป็นคนดีมากๆ ทำงานเพื่อครอบครัว เป็นเด็กเรียนไม่เคยแต่งตัวผิดระเบียบ มองประเด็นนี้ว่ามันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาที่ต้องการเก็บภาพถ่ายในชุดกระโปรงสั้นไว้เป็นที่ระลึก ไม่ใช่ว่าตนเป็นเพื่อนมาช่วยแก้ตัวให้แทนเขา แต่อยากให้สังคมให้อภัยเขาด้วย ฝากเตือนรุ่นน้องคนอื่นๆ จะทำอะไรขอให้คิดก่อน ภาพที่ได้ออกมาแม้มันจะสวยถูกใจ แต่ถ้ามันไม่ถูกต้องก็อาจจะต้องรับผลกระทบที่จะกลับมาในภายหน้าแบบนี้ได้

น.ส.ลลิตา (ฟังอยู่ถึงกับน้ำตาไหล) กล่าวต่อว่า ด้วยการที่มาอ่านคนคอมเม้นท์แล้วเกิดความเสียใจ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จ ทำดีมาทั้งชีวิตแต่พลาดตรงมาใส่กระโปรงสั้นกับชุดครุย ทำไมถึงวิจารณ์ด่าว่ากันอย่างรุนแรงขนาดนี้ ด่าว่าตนเหมือนกันไปฆ่าแกงใครมาอย่างนั้นเลย ก่อนจะกล่าวขอโทษสถาบันฯ และสังคมขอให้ยกโทษให้อภัยตนที่ผิดพลาดไปแล้ว กับรูปภาพที่ถ่ายมาแล้วหลายปี ไม่คิดว่าจะเป็นประเด็นอะไรรุนแรงแบบนี้ กราบขอโทษมหาวิทยาลัยที่ช่วยตักเตือนตนมาด้วย แม้จะจบการศึกษามาแล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็เตือนนักศึกษาอื่นๆ ไม่ให้มีการแต่งตัวลักษณะแบบนี้แม้การถ่ายภาพนอกรอบ ถ้าวันรับปริญญาจริงๆ ก็คงไม่มีใครแต่งตัวแบบนี้เพราะจะโดนห้ามเข้ารับปริญญาแน่นอน ขอโทษคนที่มาวิจารณ์มองตนไม่ดีด้วย เพราะอาจจะไม่รู้จักตนเลยแต่มีคนวิจารณ์ด่าว่าก็เลยด่าตามๆ กันไป ขอร้องว่าอย่าตัดสินคนที่เพียงรูปถ่ายเท่านี้เลย

loading...

ที่มา : matichon.co.th

0 comments:

Post a Comment