ระวังกันให้มาก! แฟนสาวร่ำไห้แทบขาดใจ แฟนหนุ่มพ่อลูกอ่อน “ตับวายเฉียบพลัน” เมื่อแพทย์เผยสาเหตุกับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คุณอาจคิดไม่ถึง…


loading...


 จากที่โลกโซเชียลได้มีการแชร์โพสต์ภาพของหญิงสาวรายหนึ่งที่สามีของเธอได้ป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอจนเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้หญิงสาวเสียใจมากที่แฟนของเธอต้องจากไปเร็วขนาดนี้ ทั้งยังมีลูกด้วยกันซึ่งลูกอายุได้เพียง 2 เดือน และหนำซ้ำเธอยังต้องมาเลี้ยงลูกคนเดียว มีชาวเน็ตเข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก
 จากเหตุการณ์ที่นายปฏิภาณ ศิริพัฒน์ถาวร ซึ่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอาการโคม่าแพทย์ต้องให้เลือดวันละ 6 ถุง จนในที่สุดร่างกายทนไม่ไหวและเสียชีวิตลงในวัยเพียง 22 ปี ที่น่าตกใจมากกว่านั้นทางแพทย์คาดว่าสาเหตุอาจมาจากการใช้หลอด ช้อน หรือรับประทานอาหารร่วมกัน จึงทำให้ติดเชื้อ
loading...



 ภาวะตับวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่พบได้น้อย แต่มีความสำคัญเนื่องจากเป็นโรคที่มีความรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตสูงถ้าหากว่าไม่ได้รับการรักษาด้วยการเปลี่ยนตับ ปัจจุบันโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตลดลงจากร้อยละ 80 เหลือร้อยละ 30 เนื่องจากมีการผ่าตัดเปลี่ยนตับและการดูแลผู้ป่วยในหออภิบาลเวชบำบัดวิกฤตที่ดีขึ้น

ภาวะตับวายเฉียบพลันคือ?
ภาวะที่มีการทำงานของตับทรุดลงอย่างรวดเร็วในผู้ป่วยที่ไม่มีโรคตับมาก่อน ทำให้มีอาการซึม ร่วมกับมีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ โดยอาการดังกล่าวเป็นมาไม่เกิน 26 สัปดาห์

สาเหตุของภาวะตับวายเฉียบพลัน มีหลายสาเหตุดังนี้
1.ไวรัสตับอักเสบ เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี อี โดยพบว่าไวรัสตับอักเสบเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในคนเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากไวรัสตับอักเสบ
2.ยาและสมุนไพร ยาพาราเซตามอลเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของตับวายเฉียบพลันในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
3.สารพิษ เช่นสารพิษจากเห็ด Amanita Phalloides
4.โรคของหลอดเลือด เช่น ภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงตับ โรคหลอดเลือดดำในตับอุดตัน


การรักษา
1.การรักษาตามอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องนอนรักษาตัวในไอซียู และได้รับการรักษาเพื่อบรรเทาอาการและติดตามเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด
2.การรักษาแบบเฉพาะเจาะจงกับสาเหตุ เช่น การให้ยาต้านพิษ พาราเซตามอล และเห็ดพิษ
3.การรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น สมองบวม ไตวาย ความดันโลหิตต่ำ และการติดเชื้อเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันลดลง
4.การผ่าตัดเปลี่ยนตับ การรักษาวิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผู้ป่วยหายขาดจาก ภาวะตับวายเฉียบพลันและปัจจุบันพบว่ามีอัตราการรอดชีวิตที่ดีขึ้นจากร้อยละ 15 ในยุคก่อนที่จะมีการเปลี่ยนตับเป็นร้อยละ 60 ในปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการเปลี่ยนตับจะเสียชีวิตระหว่างรอการเปลี่ยนตับภายใน 6 วัน
5.การใช้เครื่องพยุงการทำงานของตับ (liver support device) ที่นิยมและมีในประเทศได้แก่ MARS (molecular absorbent recirculating system) การทำงานของเครื่องดังกล่าวจะคล้ายกับการฟอกเลือดล้างไต แต่จะใช้โปรตีนอัลบูมินปริมาณมากเป็นตัวช่วยในการจับสารพิษที่เกิดจากภาวะตับวาย การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยทำให้อาการดีซ่านลดลง อาการซึม การทำงานของไตและระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น แต่ไม่เพิ่มอัตราการรอดชีวิต ดังนั้นการรักษานี้จะใช้เพื่อพยุงการทำงานของตับในระหว่างที่รอเปลี่ยนตับหรือรอการฟื้นตัวของตับ

loading...


ที่มา: http://www.thaijobsgov.com/jobs/93792

0 comments:

Post a Comment