ล้มทั้งยืน !! สาววัย 19 แอบได้ยินอาเขยกับเพื่อนบ้านคุยกัน ฟังแล้วแทบช๊อก จำฝังใจจนตาย ตั้งแต่วันนั้น..เธอก็ไม่หวนกลับไปบ้านหลังนั้นอีก?!


loading...


ถือเป็นเรื่องราวที่ได้ฟังแล้วต้องสลดใจอย่างยิ่ง เมื่อเธอคนนี้ได้ย้ายไปอยู่กับครอบครัวของอา อยู่ได้สองปีเนื่องจากต้องไปเรียนที่นั่นด้วย แต่จู่ๆมาวันหนึ่งเธอกลับได้ยินอาเธอคุยเสียงดัง และคำๆนั้นทิ่มแทงหัวใจเธอออย่างมาก

ฉันมาเขียนบทความนี้เพื่ออยากจะเตือนให้ทุกๆคนได้ทราบว่า บางทีการพึ่งพาตัวเองนั้นย่อมดีกว่าการพึ่งพาคนอื่น โดยเฉพาะกับญาติ ๆ เมื่อตอนเตรียมตัวจะสอบเข้ามัธยมปลายนั้นจากการเตรียมตัวอย่างดีของฉัน ทำให้ฉันสามารถสอบติดเข้ามัธยมปลายตามที่ฉันหวังเอาไว้ ตอนแรกตั้งใจว่าจะอยู่หอพักในของโรงเรียน แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ค่าใช้จ่ายในแต่ละปี รวมทั้งสามปีแล้วก็ค่อนข้างสูงมากทีเดียว โชคดีที่ตอนนั้นอาของฉันกับสามีของเธอซื้อบ้านในเมือง
loading...
อีกทั้งบ้านของเธอยังใกล้กับโรงเรียนที่ฉันเรียนด้วย
 พ่อของฉันไปหาอาเพื่อขอให้ฉันได้มาพักอยู่ที่นี่กับอา โดยพ่อจะส่งค่าใช้จ่ายมาให้อาทุกเดือน อาจึงตอบตกลง แต่ตอนนั้นอาเขยไม่ได้มีพูดอะไร เมื่อตอนมัธยมปลายฉันใช้เวลาส่วนมากในบ้านของอา จะกลับบ้านเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันใช้ชีวิตแบบนี้อยู่สองปีกว่า
ในช่วงตอนมัธยมปลายปีที่สาม วันนั้นฉันลืมพกกุญแจบ้านออกมาด้วย ฉันจึงนั่งรออยู่ตรงบันไดทางขึ้น รอได้สักพัก ก้ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันดังมาตามทางพร้อมกับเสียงเปิดประตูเข้ามาในตึก

ตอนนั้นฉันได้ยินเพียงแค่เสียงเท่านั้น “โห หลายวันมานี่เธอซื้อกับข้าวกลับมาบ้านเยอะแยะทุกวันเลยนะ ญาติต่างจังหวัดยังอยู่กับเธออีกหรือ แล้วเธอซื้อของมากมายแบบนี้ทุกวัน จะเลี้ยงดูไหวไหม” “แม้ว่าทางบ้านเด็กจะส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ แต่มันก็แค่ไม่กี่ร้อยหยวน  มาอยู่นี่ก็อึดอัด แต่ภรรยาของผมก็มัวแต่เกรงใจบอกว่าไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่อยากพูดอะไรมาก ก็ทนอีกไม่กี่เดือน เดี๋ยวก้เรียนจบแล้ว” เมื่อบทสนทนาของทั้งสองฝ่ายจบลงฉันก็ได้ยินเสียงเดินขึ้นบันไดมา


ถึงแม้ว่าฉันจะนั่งอยู่ชั้นบน แต่ก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองอย่างชัดเจน บทสนทนาที่ทั้งสองพูดคุยกันนั้นช่างทำร้ายจิตใจฉันอย่างมาก ฉันไม่นึกเลยว่าญาติกันจะสามารถพูดจาลับหลังกันได้ขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่ได้มาขออาศัยอยู่กินฟรี ฉันคิดมาตลอดว่าคนครอบครัวเดียวกันน่าจะพึ่งพาได้ ไม่เห็นต้องพูดกันขนาดนี้

 เมื่ออาเขยเดินขึ้นมาแล้วเห็นว่าฉันนั่งอยู่ตรงนั้น เขาเองก็ตกใจอยู่เล็กน้อยเช่นกัน เขารีบถามฉันทันทีว่า “กลับมานานแล้วเหรอ แล้วทำไมไม่เข้าบ้านละ” ฉันตอบไปว่าฉันลืมกุญแจเลยนั่งรอเขาอยู่ตรงหน้าบ้าน


ค่ำวันนั้น ฉันแทบจะกินอาหารไม่ลงเลยแม้แต่คำเดียว เขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมานี่ฉันมาขออยู่ขอกินฟรี แม้ว่าเขาไม่พูดก็ตาม ส่วนอาของฉัน ฉันเองก็ไม่สามารถเดาความรู้สึกของเธอออกได้เลย แต่บทสนทนาวันนี้ทำให้ฉันไม่สบายใจอย่างมาก

สุดสัปดาห์ฉันกลับบ้าน และได้ปรึกษากับพ่อว่าฉันอยากออกไปอยู่คนเดียว ตอนแรกพ่อไม่เห็นด้วย แต่ในที่สุดพ่อก็ต้องยอมให้ฉันย้ายออกไปอยู่คนเดียว เราเช่าห้องเล็กๆ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ออกไปกินข้างนอก แค่ทนอีกไม่กี่เดือน ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก

ตั้งแต่ที่ฉันย้ายออกจากบ้านของอา พวกเขาเองก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน มีเพียงอาเขยเท่านั้นที่พอจะเข้าใจว่าสาเหตุคืออะไร ฉันเชื่อว่าเขาเองก็พอจะเดาออกว่าบทสนทนาวันนั้นของเขานั้นฉันได้ยินทุกคำ ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาฉันก็ไม่ได้ไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย อีกอย่างที่อาเขยพูดมาก็ถูกแล้ว การมีญาติบ้านนอกแบบฉันนั้นเพิ่มความลำบากให้พวกเขาไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้นฉันจะไม่กลับไปทำให้พวกเขาต้องลำบากใจอีก

loading...

ขอบคุณภาพและข้อมูล liekr

0 comments:

Post a Comment